สาเหตุร้อยแปดพันเก้าของความดันโลหิตสูง

1. ประหนึ่งคำคมในภาพยนตร์จีน “สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด...คือความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ” (Essential Hypertension) ซึ่งพบได้มากถึง 90-95% ของผู้ป่วยทั้งหมด หลายคนอ่านแล้วถึงกับทำหน้างง อย่าเพิ่ง งง? นะคะ แม้จะไม่ทราบสาเหตุ แต่จริงๆ แล้วมีปฏิกิริยาเกิดขึ้นมากมายที่เส้นเลือดของเรานั่นเองค่ะ แพทย์ได้แบ่งสาเหตุหลักๆ ไว้ 3 อย่างคือ

a.  ภาวะเครียดที่เกิดจากออกซิเดชั่น (Oxidative stress): งงหนักไปกว่าเก่า เอาเป็นว่ามันเกิดจากการเผาผลาญสารอาหารโดยปกติของร่างกายนี่แหละค่ะ แต่ผลผลิตที่เกิดขึ้น นอกจากกลายเป็นพลังงานให้ร่างกายเราใช้แล้ว มันเกิดของเสียค่ะ เค้าเรียกว่า “อนุมูลอิสระ (oxidant)” ซึ่งเจ้าพวกนี้ร้ายค่ะ มักจะทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ตามมามากมาย ไว้อธิบายให้ฟังในครั้งหน้านะคะ

 

b.  การอักเสบ (Inflammation): อันนี้ส่วนหนึ่งก็เกิดจากเจ้าอนุมูลอิสระนี่แหละค่ะ เรียกพวกเรียกพ้องมาทำร้ายหลอดเลือดของเราจนอักเสบ

 

c.  ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน (Autoimmune dysfunction): อันนี้ไม่รู้จะโทษใครค่ะ บางทีเซลล์เม็ดเลือดขาวของเราโดนรบกวนจากอนุมูลอิสระมากๆ ก็ทำตัวแปลกๆ หลั่งสารก่อการอักเสบไปทั่ว ทั้งไปทำร้ายเซลล์หลอดเลือดเอง ทั้งไปทำลายไตด้วยต่างหาก

   ลองนึกถึงสายยางน้ำประปาดูค่ะ แรกๆ ซื้อมาก็นิ่มๆ ดัดง่าย ใช้ไปนานๆ ก็เริ่มเสื่อมเริ่มแข็ง ไม่ต่างอะไรกับหลอดเลือดของเราค่ะ ยิ่งอายุมากขึ้น ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน สะสมการอักเสบมากเข้า มันก็ยืดหยุ่นน้อยลง เลือดบีบตัวยากขึ้นเลยเกิดความดันโลหิตสูงขึ้นมานั่นแหละ​

2. ความดันโลหิตสูงชนิดทราบสาเหตุ อันนี้พบน้อยค่ะ แค่ 5 – 10% เป็นประเภทที่จับผู้ร้ายได้คาหนังคาเขา หากแก้ไขได้ ความดันโลหิตสูงก็หายได้ค่ะ สาเหตุเหล่านี้อย่างเช่น ผู้ป่วยหลอดเลือดแดงไตตีบ (Renal artery stenosis) หลอดเลือดแดงใหญ่ตีบ (coarctation of aorta) เกิดเนื้องอกบางชนิดของต่อมหมวกไต หรือต่อมใต้สมอง หรือผู้ป่วยโรคไต เช่น โรคไตเรื้อรัง กรวยไตอักเสบเรื้อรัง โรคถุงน้ำไตชนิดหลายถุง (PCKD) เป็นต้น

 

ไม่ต้องห่วงนะคะ คุณหมอเค้าจะตรวจดูเราจนถี่ถ้วนก่อน หากไม่พบโรคเหล่านี้ จึงจะวินิจฉัยว่าเราเป็นความดันโลหิตสูงชนิดกลุ่มแรกค่ะ

ความดันโลหิตสูง เค้าว่าไม่มีอาการ จริงหรือ?

 

            ต้องบอกตามตรงว่าผู้ป่วยกลุ่มที่หนึ่ง คือความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ มักจะไม่มีอาการอะไรเลยค่ะ ส่วนใหญ่มาทราบก็เพราะไปตรวจร่างกายประจำปี หรือมีเหตุต้องไปโรงพยาบาลแล้วดันเจอโดยบังเอิญ ส่วนน้อยอาจพบอาการได้บ้าง เช่น ปวดมึนท้ายทอย ตึงต้นคอ เวียนศีรษะ ซึ่งมักเป็นหลังจากตื่นนอนใหม่ๆ หรือบางคนอาจปวดศีรษะตุบๆ คล้ายไมเกรน ก็เข้าใจผิดว่าปวดไมเกรนหายาทานกันไปอีก

 

            หากปล่อยไว้นานเข้า อาการจะพบได้มากขึ้น เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น นอนไม่หลับ ตามัว มือเท้าชา หรือมีเลือดกำเดาไหลได้ค่ะ

 

            ดังนั้นก็อย่าปล่อยนานค่ะ ไปเช็คสุขภาพทุกปี รู้เร็วก็แก้ได้เร็วนะคะ

 

อาการก็ไม่มี ขอไม่รักษาได้มั้ยคะหมอ?

 

          ก่อนตอบคำถาม แอดมินอยากชวนให้นึกถึงความเสี่ยงจากการไม่ควบคุม ดูแล หรือรักษาก่อนค่ะ ภาวะแทรกซ้อนมากมายอาจไม่ได้แค่มาเคาะประตูหน้าบ้าน แต่พังประตูเข้ามาเยือนโดยไม่บอกกล่าวนะคะ

 

            หัวใจขาดคนดูแล ไม่เกินจริงค่ะ เมื่อเราไม่รักษาความดัน ก็เท่ากับปล่อยหัวใจให้ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ไร้คนมาเหลียวแล ลองคิดตามแอดมินนะคะ หัวใจก็เหมือนปั๊มน้ำสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย โดยท่อน้ำก็คือเส้นเลือดของเราค่ะ โรคความดันโลหิตสูงทำให้เส้นเลือดของเราแข็งขึ้น บีบยากขึ้น หัวใจจึงต้องทำงานหนักขึ้น แน่นอนสิคะ สายยางที่ตะกรันเกาะไปทั่ว สักพักไม่ท่อแตก ก็เครื่องปั๊มพังค่ะ ยังดีว่าหัวใจเป็นอวัยวะ มันก็ปรับตัวด้วยการทำกล้ามเนื้อหัวใจให้หนาๆ เกิดเป็น ภาวะหัวใจโต พอปล่อยนานหัวใจล้า ก็เป็น หัวใจวาย ได้ค่ะ

 

            ท่อแตก ท่อตัน เจอบ่อยเลยค่ะโดยเฉพาะท่อแตก อย่างที่พูดมาข้างต้น แรงดันเยอะไป ท่อก็รับไม่ไหวค่ะ แต่มันก็เลือกที่แตกนะคะ มันจะแตกในเส้นเลือดที่เล็กๆ อ่อนๆ ก่อน เช่น เส้นเลือดสมองค่ะ เกิดเป็น เส้นเลือดสมองแตก น้ำเลือดไหลท่วม เบียดเนื้อสมอง เลยเป็น อัมพฤกษ์ อัมพาต ตามมายังไงละคะ

 

            เครื่องกรองน้ำตัน แอดมินหมายถึง ไต ค่ะ รู้หรือไม่!! สาเหตุอันดับหนึ่งของโรคไตวายเรื้อรังคือ เบาหวาน อันดับสองก็คือความดันโลหิตสูงนี่แหละค่ะ เหตุก็เพราะความดันในท่อน้ำมันแรงเหลือเกิน ไส้กรองในท่อไตเจอความดันแรงๆ ก็ยุ่ย ก็พังหมดค่ะ เกิดไตอักเสบเล็กๆ น้อยๆ ปล่อยไปนานวันเข้าก็เริ่มกลายเป็นแผลเป็น พอกินบริเวณมากขึ้นๆ ก็กลายเป็น โรคไตวาย ค่ะ อันนี้รักษาไม่ได้นะคะ เป็นหนักๆ ล้างไตสถานเดียว

 

            ตาเสื่อม ตาบอด เผอิญว่าจอทีวีบ้านนี้เลี้ยงด้วยน้ำเลือดค่ะ สาเหตุไม่ต่างจากไตเลือด เส้นเลือดที่ตาก็บอบบาง เจอแรงมากๆ ก็ไม่รอดค่ะ เกิดเป็น จอประสาทตาเสื่อม ตามัว หรือถึงขั้น ตาบอด ถาวรได้เลย

 

            รู้แบบนี้แล้ว แอดมินเบเนก้าว่ารักษาเถอะค่ะ ก่อนแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเยือน ที่สำคัญ พวกนี้มาแล้วไม่ค่อยออกจากบ้านด้วยสิคะ

 

กินอะไรจะช่วยลดความดันได้คะ?

 

            เทรนด์ปัจจุบันคือการ กินอาหารให้เป็นยา ค่ะ แอดมินขอเลือกตัวเด่นๆ มาบอกเพื่อนๆ นะคะ ทั้งหมดนี้มีงานวิจัยรับรองมากมาย ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์แล้วค่ะ

 

            เมล็ดงา (Sesame): งานวิจัยพบว่างาดำ หรือแม้แต่น้ำมันงา สามารถช่วยลดความดันลงได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยสารสำคัญในเมล็ดงาจะช่วยลดการอักเสบลง เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มสารไนตริกออกไซด์ (nitric oxide) ที่ช่วยให้เส้นเลือดคลายตัว ไม่แข็งตึงค่ะ

 

            กระเทียม (Garlic): ในกระเทียมมีสารอะลิซิน (allicin) ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดการอักเสบในร่างกาย และยับยั้งเอนไซม์ที่เป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูงได้ด้วย

 

            กระเทียมดำ (Black Garic): กระเทียมดำตัวนี้ในไทยยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักค่ะ เกิดจากการนำกระเทียมสดมาบ่มให้นานสัก 2-3 เดือน จนเนื้อกระเทียมเปลี่ยนเป็นสีดำค่ะ ข้อดีคือจากการบ่มจะช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระชื่อ เอส-แอลลิลซิสเตอีน (S-allylcysteine: SAC) ที่ไม่สามารถพบได้ในกระเทียมสดค่ะ สารตัวนี้มีงานวิจัยรองรับมากมายจากผลวิจัยกระเทียมดำว่าช่วยเรื่องลดความดัน โดยไปยับยั้งเอนไซม์ความดันสูงที่เป็นกลไกเดียวกับยาลดความดันเลยค่ะ กระตุ้นการสร้างไนตริกออกไซด์ ชะลอวัย เพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นเลือด แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น ฟลาโวนอยด์, อะโจอีน เป็นต้น

 

            โอเมก้า-3 (Omega-3): เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่พบในปลาน้ำลึก เช่น ปลาแซลม่อน, เมล็ดแฟล็กซ์ (flax seed) เป็นต้น โอเมก้า-3 ถูกทำออกมาในรูปแบบเม็ดขายตามท้องตลาดในชื่อ น้ำมันปลา (ไม่ใช่น้ำมันตับปลานะคะ) งานวิจัยพบว่าช่วยเพิ่มไนตริกออกไซด์ เพิ่มการทำงานของเซลล์บุหลอดเลือด และยับยั้งเอนไซม์ความดันสูงได้

 

            วิตามินดี (Vitamin D): นอกจากจะทำให้กระดูกแข็งแรงแล้ว วิตามินดีช่วยยับยั้งสารเรนิน (renin) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในกระบวนการเพิ่มความดันโลหิตของร่างกาย เรียกได้ว่ายับยั้งตั้งแต่ต้นทาง และยังช่วยยับยั้งสารก่อการอักเสบได้ด้วยค่ะ

 

            สารสกัดจากเปลือกสน (พิกโนจีนอล: Pycnogenol): ของแท้ต้องบอกว่าแพงและหายากมากๆ ค่ะ เป็นสารสกัดจากเปลือกสนในประเทศฝรั่งเศสชื่อ French Maritime Pine โดยงานวิจัยพบว่าช่วยยับยั้งเอนไซม์ความดันโลหิตสูง ปกป้องผนังเซลล์จากความเครียดจากออกซิเดชั่น เพิ่มไนตริกซ์ออกไซด์ และฟื้นฟูการทำงานของเซลล์หลอดเลือดได้ค่ะ

 

            จริงๆ ยังมีอาหาร และสารที่ช่วยควบคุมความดันอีกหลายชนิดเลยนะคะ ไว้ครั้งหน้าแอดมินทำเป็นหัวข้อแยกออกมาให้เลยดีกว่าค่ะ วันนี้ขอฝากข้อมูลไว้เพียงเท่านี้ก่อน ติชมกันเข้ามาได้นะคะ แอดมินเพจเบเนก้ากราบสวัสดีค่า

 

 

Reference

- Ried, K., et al. The effect of aged garlic extract on blood pressure and other cardiovascular risk factors in uncontrolled hypertensives: The age at heart trial. Integr. Blood Press. Control 2016, 9, 9.

-  Harauma, A., et al. Aged garlic extract improves blood pressure in spontaneously hypertensive rats more safely than raw garlic. J. Nutr. 2006, 136, 769S-773S.

-  Perez-Torrex, I., et al. Effect of the aged garlic extract on cardiovascular function in metabolic syndrome rats. Molecules 2016, 21, 1425.

- https://www.phuketinternationalhospital.com/

- Guide to anti-aging and regenerative medicine, American Academy of anti-aging medicine.

ใครๆ ก็พูดถึง “ความดันโลหิตสูง” ....​ แล้วมันคืออะไร จะรักษาโดยไม่ใช้ยายังไง เบเนก้ามีคำตอบค่ะ

 

เริ่มจากการรู้จักคำว่า “ความดัน” (Blood Pressure)

 

เคยได้ยินกันมั้ยคะ อะไรคือ ความดันตัวบน, ความดันตัวล่าง มันมีที่มาที่ไปอย่างนี้ค่ะ

 

ความดันตัวบน หรือ ความดันซิสโตลี (systolic blood pressure) หมายถึงแรงดันเลือดในขณะที่หัวใจ บีบตัว

 

ความดันตัวล่าง หรือ ความดันไดแอสโตลี (diastolic blood pressure) หมายถึงแรงดันเลือดในขณะที่หัวใจ คลายตัว

           

ซึ่งสำหรับบุคคลทั่วไป ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากนัก แอดมินแค่อยากให้ทราบว่าความดันทั้งสองแบบนั้นสามารถบ่งบอกว่าเราเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ค่ะ โดยหน่วยการวัด คือ “มิลลิเมตรปรอท (mmHg)” (เคยสังเกตเครื่องวัดความดันตามโรงพยาบาล ที่คุณพยาบาลบีบๆๆๆ ไล่ปรอทขึ้นไปตามแท่งแก้วมั้ยคะ ปรอทไปได้สูงกี่มิลลิเมตร ก็วัดหน่วยตามนั้นล่ะค่า) ค่าความดันปกติคือตัวบนจะต้องไม่สูงเกิน 120 มิลลิเมตรปรอท และตัวล่างต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตรปรอท

 

ทำความรู้จักโรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)

 

            โรคความดันโลหิตสูง บางคนก็เรียกย่อๆ “ความดันสูง” เกิดจากกลไกการปรับตัวของหลอดเลือด ต่อสู้กับสิ่งแวดล้อมที่ค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนไปจากความแก่ชรา โรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ หรือแม้แต่สิ่งที่เรากินเข้าไป

 

ทางการแพทย์แล้วจะวินิจฉัยความดันสูงนั้น องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) กำหนดไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2542 ว่าตัดกันที่ความดันตัวบนมากกว่า 140 มิลลิเมตรปรอท หรือความดันตัวล่างมากกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท แต่ทว่าในปัจจุบันวงการแพทย์เริ่มเห็นความสำคัญของการวินิจฉัยที่รวดเร็วขึ้น จึงกำหนดเกณฑ์ใหม่ที่ ความดันตัวบนมากกว่า 130 มิลลิเมตรปรอท หรือความดันตัวล่างมากกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท ค่ะ

กระเทียมดํา,กระเทียมดํา ซื้อที่ไหน,กระเทียมโทน,กระเทียมดํา ราคา,ประโยชน์ของกระเทียมดํา

บริษัท ขุนครัว168 จำกัด

37/2 หมู่ที่ 11 ถ.ไอยรา ต.คลองสอง

อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ALL RIGHTS RESERVED ©2020 BENEGATHAILAND

DESIGN  by

•จีเนียส เว็บสวย ติดหน้าแรกๆ Google• อยากมีเว็บไซต์ติดหน้าแรกๆ กูเกิ้ลโดยไม่ต้องลงโฆษณา --►มีลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่องและซื้อซ้ำ --►เว็บสวย ทันสมัย โหลดไว รองรับมือถือ --►มีทีมงานผ่อนแรง ทำกราฟฟิค+ปั่นเว็บ --►มีคนพูดถึงสินค้าและธุรกิจของคุณ --►คุยกับทีมจีเนียสสิคะ

FACEBOOK 

E-mail click!

ติดตามเราได้ที่ 

กระเทียมดํา,กระเทียมโทน,กระเทียมดํา ราคา,กระเทียมโทนดำ

โทรหาเรา คลิกเลย!

English
Thai

โทรหาเราคลิกเลย!